Chanoknart's profile***नमस्ते*:)धनकायन रवीवन...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
***नमस्ते*:)धनकायन रवीवननता(:*नमस्ते***
July 09 ตัดอาลัย....ในวัฏฏะตัดอาลัย....ในวัฏฏะ /กวีนิรนาม
ตัดอาลัย หลงในความยึดติดห่างความคิดสู่ความว่างอย่างฉงน ออกจากใจที่ฟุ้งซ่านงานทุกข์ทน ไม่มีตน ..ที่ดี..ไม่ดี..ไม่มีใคร… เพียรทำใจให้ออกห่างสร้างทุกข์-สุขความสนุกจากกิเลสเวียนเผาไหม้ ให้ได้เห็นความจริงยิ่งห่างไกล ให้เห็นใจใสสะอาดปราศหมองมัว ลมหายใจ ออก - เข้า เฝ้าสังเกตให้เห็นเหตุ เกิด-ดับ สลับสาย ทุกก้าวย่างให้รู้ทันอย่างสบาย ใจผ่อนคลายพอเพียงไล่เรียงดู เพราะพอใจข้องติดใน “ปฏิบัติ”หาทางจัดแปรเปลี่ยนเวียนจนวุ่น ใจปกติกลับกลายเปลี่ยนเป็นร้อนรุม จิตหมกหมุ่นหมุนวนจนทุกข์ครอง จิตปกติเคยสบายกลายเป็นหนักเพราะแรงผลักของของกิเลสด้วยเจตน์มุ่ง ตั้งใจทำ ตั้งใจอยาก จนทึบทึม คอยแต่เอา เข้าจนมึน ฝืนทนไป ธรรมะที่มีอยู่มิรู้แจ้งต่างแสดงเหตุเกิด - ดับไม่ห่างหาย เปรียบเสมือนสิ่งหนึ่งซึ่งง่ายดาย แต่กลับกลายมองไม่เห็นประเด็นเดิม อีก ทาน ศีล ภาวนา นำมาปฏิบัติเพื่อขจัดละอัตตามานะชั่ว อนุสัยนอนในใจหมองมัว กิเลสกลั้วเกลือกกลิ้งทั้งหญิงชาย “กุศล” ที่ตั้งใจได้กระทำกลับถลำกิเลสพอกด้วยตัณหา ให้อยากทำ อยากให้ได้ซึ่งธรรมมา ท้ายใจล้าเกิดแรงเบื่อเหลือทนทาน “อกุศล” คือผลแห่งใจที่เป็นทุกข์คิดว่าปลูกกุศลกรรมนำใจใส แท้จริงแล้ว กุศลนี้มีง่ายดาย อยู่รอบกายเหมือนอากาศประกาศตัว ธรรมะที่แท้จริงนี้หรือคือกายใจกระเพื่อมไหววาบหวามตามผัสสะ แรงกระพือของตัณหาและมานะ ปฏิฆะ-ราคะ ปรุงแต่งจิตคิดแสร้งมา ด้วยอัตตาแรงกล้ามาสอนสั่งคอยระวังคิดระแวงแสดงเหตุ แสดงธรรมแสดงฤทธิ์ผิดอาเพศ เฉลยเหตุอาการจิตคิดเหนือชน ด้วยปุถุชน นั่นเล่ายังเขลานักต้องฝึกหนักพัฒนาใจไปตามขั้น ช้าหรือเร็วอาการจิตเลิกติดพัน เลิกยึดมั่นอุปาทาน .... มารแห่งใจ ผู้ถึง ”ธรรม” นั้นแท้จริงนิ่งเป็นใบ้จะกล่าวใยมีสิ่งใดให้สนอง รู้ยินยลรู้ผลนั้นตามครรลอง ไม่มีสองเพียงหนึ่งนั้นจบกันเอย ![]() ..................................................... ![]() December 24 “ สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ : ศีลพึงรู้ได้เมื่ออยู่ร่วมกัน ”พระอาจารย์จำเนียร ลีลเสฏโฐ การไม่รัก ไม่เกลียด ไม่โกรธนั้น เป็นทางไปของพระอริยเจ้า เราห้ามรักว่า อย่าเกิดนั้นไม่ได้ เมื่อเขาเกิดมาแล้ว เราดูรักนั้นให้พินาศไปตามปัจจัยของญาณ เราห้ามอย่าให้ทุกข์นั้นไม่ได้ เมื่อทุกข์เกิดขึ้นแล้ว จงพิจารณาให้เห็นกันไปเป็นธรรมดาของมัน เราห้ามไม่ให้โกรธ เกลียด แค้นนั้น ห้ามเขาไม่ได้ เมื่อเขาโกรธ เกลียด รัก แค้นขึ้นแล้ว จงดูสิ่งเหล่านั้นดับไปเป็นธรรมดา ท้ายที่สุด จิตของผู้ปฏิบัติจะเหนือกว่ากระแสโลกได้
-------------------------------------------
พระราชวุฒาจารย์ ( ดูลย์ อตุโล )
คิดเท่าไรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้ แต่ก็อาศัยความคิดนั่นแหละจึงจะรู้ และเกิดปัญญา ผู้รู้ไม่คิด ผู้คิดไม่รู้ ถ้ารู้แล้วก็ไม่ต้องคิด คนที่ยังมีความคิดคือคนไม่รู้ ผู้ที่รู้จริงไม่พูดมาก ผู้ที่พูดมากคือคนไม่รู้จริง พูดมากเสียมาก พูดน้อยเสียน้อย ธรรมะทั้งหมดก็คือทำให้จิตหยุดคิดเท่านั้นเอง ทำให้จิตหยุดคิดให้ได้ สิ่งอื่น ๆ ก็หยุดหมด เมื่อหยุดคิดจิตก็สงบ ในเมื่อจิตสงบมันก็หยุดคิดเอง "นั่นแหละ คือ ธรรมที่แท้จริง"
|
|
|||||
|
|